ความรู้และทักษะคอมพิวเตอร์ที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์

ทบทวนการสอน “ความรู้และทักษะคอมพิวเตอร์ที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์

  1. สรุปผลการดำเนินงานทางวิชาชีพ : การสอนความรู้ ทักษะคอมพิวเตอร์ที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ ให้กับนักศึกษาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์และสวัสดิการสังคม มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ปีการศึกษา 2556-2558

ความรู้ ทักษะคอมพิวเตอร์ที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ ซึ่งได้กำหนดไว้ในเนื้อหาของการเรียนการสอนไว้หลายวิชา ดังนี้คือ วิชา SW3183 วิชา SW3023 วิชา SW 3266 วิชา SW 3593 และวิชา SW 3273 โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

  • วิชา SW3183 การวิจัยทางสังคมสงเคราะห์
    • ก. การบันทึกข้อมูล (Data Entry) โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ใช้สอนคือ โปรแกรมประเภทเปิดเผยรหัส Epi Info Version7

การบันทึกข้อมูลที่รวดเร็ว สะอาด ถูกต้อง ความรู้ที่จำเป็นคือการเขียนคำสั่งให้คอมพิวเตอร์ช่วยตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่บันทึกลงไปในหลายเงื่อนไขที่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งลักษณะการผิดพลาดเกิดขึ้นได้ดังนี้คือ

  • ปัญหาข้อผิดพลาดของข้อมูลเพื่อการวิจัยมีผลกระทบที่สำคัญคือ ประการแรกงานล่าช้าไม่เป็นไปตามแผน เพราะในระยะเวลาการประมวลผล ถ้าพบข้อมูลไม่ถูกต้องสมบูรณ์ ก็มีความจำเป็นต้องย้อนกลับมาตรวจสอบข้อบกพร่องกันใหม่ ประการที่สองสำคัญมากคือ คุณภาพของข้อมูลเป็นปัญหา เมื่อไม่มีคุณภาพ ผลของการประมวลผลก็ไม่มีคุณภาพ ผลงานการวิจัยเรื่องนั้นก็จะไม่มีประโยชน์ หรือถ้านำไปใช้ ก็จะส่งผลเสียทันที เพราะข้อมูลไม่เป็นความจริง
  • สาเหตุของข้อผิดพลาด ประกอบด้วย 1) ผู้ให้ข้อมูล กล่าวคือ เป็นการให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ ไม่ว่าจะเป็นด้วยสาเหตุอันใดก็ตาม 2) ผู้บันทึกข้อมูลงานสนาม การบกพร่องหรือผิดพลาดในการปฏิบัติหน้าที่ อาจเกิดจากความเข้าใจไม่ชัดเจนในเครื่องมือ โดยเฉพาะเป้าหมายของงาน และที่สำคัญมาก ๆ คือ ต้องเข้าใจในวัตถุประสงค์ทุกข้อคำถามอย่างชัดเจน และ3) ผิดพลาดจากบันทึกข้อมูลลงคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีแบบแผนการผิดพลาด และตัวอย่างการใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมข้อผิดพลาด มีรายละเอียดดังนี้
    • บันทึกข้อมูลตรงตามคุณสมบัติ (Field Properties) ที่กำหนดแต่ไม่ถูกต้อง กล่าวคือ เป็นความบกพร่องของผู้บันทึกข้อมูล เช่น ในแบบบันทึกตัวแปรเพศ (gender) มีตัวเลือกมี 1=ชาย และ 2=หญิง สมมตว่าข้อมูลเก็บมาได้เป็นผู้ชาย ค่าของตัวแปรเพศต้องเป็น 1 แต่เกิดข้อผิดพลาดในการบันทึกข้อมูล โดยบันทึกเป็น 2 ซึ่งไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ในกรณีนี้ การเขียนคำสั่งคอมพิวเตอร์ควบคุมก็ไม่สามารถป้องกันได้ เพราะการเขียนคำสั่งจะควบคุมให้บันทึกได้เฉพาะค่า 1-2 เท่านั้น ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นการผิดพลาดโดยมนุษย์ (Human Error)

ตัวอย่างโปรแกรม Epi Info แสดงการกำหนดคุณสมบัติตัวแปร (Field Properties) ตาแปรเพศ (gender) ซึ่งกำหนดช่วงของตัวแปรไว้ระหว่าง 1-2 เท่านั้น

  • บันทึกข้อมูลไม่ตรงกับคุณสมบัติของข้อมูล (Field Properties) ที่กำหนด เช่น ตัวแปรเพศ (gender) ตัวเลือกมี 1=ชาย และ 2=หญิง ถ้ารมีการบันทึกเป็นเลข 0 หรือ เลขที่มากกว่า 2 ถือว่าผิด รูปแสดงตัวอย่างการเขียนคำสั่งควบคุมให้บันทึกได้เฉพาะเลข 1-2 ในโปรแกรม Epi Info

ถ้าบันทึกผิดพลาด โปรแกรมจะทำการเตือน และหยุดการบันทึก จากนั้นก็แก้ไขให้ถูกต้อง

  • การบันทึกข้อมูลที่ไม่สามารถซ้ำได้ เช่น หมายเลขประจำแบบสอบถาม หรือ เลขบัตรประชาชน เป็นต้น รูปแสดงตัวอย่างการเขียนคำสั่งควบคุมไม่ให้บันทึกข้อมูลซ้ำในโปรแกรม Epi Info

กรณีตัวอย่าง แสดงให้เห็นว่าหมายเลขแบบสอบถามต้องเป็นหมายเลข 2 แต่มีการบันทึกซ้ำ โปรแกรมจะทำการเตือน และหยุดการบันทึก จากนั้นก็แก้ไขให้ถูกต้อง

  • การบันทึกไม่เป็นไปตามเงื่อนไขการข้ามข้อ (Skip pattern) เช่น กรณีการสอบถาม ถามว่า “ท่านทราบหรือไม่ว่าชุมชนที่ท่านอยู่ตั้งอยู่บนที่ดินประเภทใด” ถ้าตอบว่าไม่ทราบให้บันทึกค่าเป็น 1 แล้วให้ข้ามไปตอบข้อต่อไป โดยไม่ต้องตอบว่า “ตั้งอยู่บนที่ดินประเภทใด” แต่ถ้าตอบว่าทราบให้บันทึกค่าเป็น 2 และต้องตอบว่า “ตั้งอยู่บนที่ดินประเภทใด”

ตัวอย่างแบบสอบถาม

ตัวอย่างโปรแกรมคอมพิวเตอร์ส่วนของการออกแบบ

กรณีตัวอย่าง ตัวแปร Q1_12 ถ้าตอบ 1 ตัวแปร Q1_12A จะต้องบันทึกค่าเป็น 8 ซึ่งกำหนดให้มีความหมายว่าไม่เข้าข่าย แต่ถ้าตัวแปร Q1_12 ตอบ 2 ตัวแปร Q1_12A จะต้องบันทึกค่าเป็น 1-6

  • การบันทึกข้อมูลที่ไม่สมเหตุผล หรือไม่สอดคล้องกันระหว่างข้อมูลที่มีการบันทึกในแบบบันทึกข้อมูลภายในชุด (Data consistency) กรณีตัวอย่าง เช่น ในแบบบันทึกมีการตอบส่วนแรกว่าอายุ 20 ปี (age=20) แต่เมื่อมีการตอบเรื่องการศึกษา ได้บันทึกว่าจบปริญญาเอก (educ=7) ซึ่งมีโอกาสที่จะเป็นจริงได้น้อยมากที่อายุต่ำกว่า 22 ปี จะจบปริญญาเอก ลักษณะเช่นนี้การเขียนคำสั่งป้องกันข้อผิดพลาดในคอมพิวเตอร์เป็นสิ่งจำเป็น

ตัวอย่างโปรแกรมคอมพิวเตอร์ส่วนของการออกแบบ เป็นการกำหนดให้คอมพิวเตอร์ตรวจว่าถ้าพบข้อมูลการจบการศึกษาปริญญาโทหรือปริญญาเอกและอายุไม่เกิน 22 ปี ให้แสดงเสียงเตือนพร้อมกับข้อแนะนำและหยุดการทำงาน เพื่อรอการตรวจสอบแก้ไขให้ถูกต้อง

ตัวอย่างผลการตรวจจับความไม่สอดคล้องกันของข้อมูล

  • ข. การจัดเตรียมข้อมูล (Data Preparation) โปรแกรมที่ใช้สอนคือ โปรแกรมประเภทเปิดเผยรหัส PSPP Version 3.x

การจัดเตรียมข้อมูลก่อนการประมวลผลทางสถิติต่าง ๆ เป็นสิ่งจำเป็น นักศึกษาควรมีความรู้ทางคอมพิวเตอร์ใน 3 ประเด็นหลักคือ

  1. การตรวจข้อผิดพลาด นอกจากการเขียนคำสั่งควบคุมในขั้นตอนการบันทึกข้อมูลแล้ว เพื่อความสมบูรณ์ของข้อมูล ตัวอย่างเช่น
  2. การประมวลผลทางคณิตศาสตร์ เช่น ตรวจนับคะแนนความรู้ รวมคะแนน จัดกลุ่มระดับความรู้
    • ตัวอย่างคำสั่งตรวจนับคะแนนความรู้
    • ตัวอย่างคำสั่งรวมคะแนน
    • ตัวอย่างคำสั่งจัดกลุ่มความรู้

ผลที่ได้เมื่อสั่งประมวลผลค่าความถี่ระดับความรู้ประชาธิปไตย

  • การแปลงข้อมูล ตัวอย่างเช่น การแปลงข้อมูลตัวเลข (Salary=เงินเดือน) ให้เป็นข้อมูลกลุ่ม (Salary_group=4 กลุ่มเงินเดือน)
  •  
  •  
    • ค. การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analysis) ได้ทำการสอน สถิติที่สำคัญ ดังนี้สถิติพรรณนา (Descriptive Statistics) คือ สถิติที่ใช้บรรยายถึงลักษณะของข้อมูล เช่น การแจกแจงความถี่ (Frequency) ตารางไขว้ (Crosstab) การวัดแนวโน้มเข้าสู่ส่วนกลาง Mean Mode Median และสถิติเชิงอนุมาน (Inferential Statistics) เพื่อใช้วิเคราะห์เพื่อทดสอบสมมติฐานการวิจัย เช่น T-test, One-way ANOVA, Correlation, Simple Regression และChi-square
  • วิชา SW3023 เทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับงานสังคมสงเคราะห์
    • ก. ฐานข้อมูลเบื้องต้นเพื่อการจัดการข้อมูลสารสนทศ โปรแกรมที่ใช้สอนคือ Microsoft Office Access 2013-2016 และ Epi Info Version7.x.x ซึ่งได้กล่าวแล้วบางส่วนข้างต้น

เป้าหมายสำคัญของการสอนความรู้ด้านฐานข้อมูลคือ นักศึกษามีความเข้าใจในงานพื้นฐานของฐานข้อมูลเพื่อการใช้งานเอง และมุมมองการบริหารงานสังคมสงเคราะห์เชิงระบบข้อมูล ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้การให้บริการกับผู้ใช้บริการมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

นักศึกษาได้ฝึกการออกแบบโครงสร้างฐานข้อมูลเบื้องต้น การออกแบบบันทึกข้อมูล ใช้คำสั่งให้มีการประมวลผลอัตโนมัติ การกรองข้อมูล และออกรายงานแสดงข้อมูลสถิติพื้นฐาน

ตัวอย่างการออกแบบโครงสร้างฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์

ตัวอย่างการออกแบบบันทึกข้อมูล

ตัวอย่างการสั่งประมวลผล

ตัวอย่างการกรองข้อมูลช่วงเวลาเพื่ออกรายงาน

ตัวอย่างการออกรายงานสถิติพื้นฐาน แสดงจำนวน และค่าร้อยละ

  • ข. สร้างเว็บไซต์พื้นฐานเพื่องานเผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศ นักศึกษาได้เรียนรู้การออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ ด้วยโปรแกรมเปิดเผยรหัส Joomla มีเป้าหมายสำคัญคือ เพื่อให้นักศึกษาเมื่อจบไปแล้วได้มีส่วนร่วมรับผิดชอบดูแลปรับปรุงข้อมูลสารสนเทศให้ทันสมัยตลอดเวลา ในกรณีที่มีเว็บอยู่แล้ว หรือสร้างเว็บให้กับหน่วยงาน แผนก หรือฝ่าย ที่ยังไม่มีเว็บไซต์

  

  • วิชา SW 3266 การฝึกปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ชุมชน

การประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ Geographic Information System (GIS) เพื่อจัดการฐานข้อมูล โดยใช้โปรแกรมประเภทเปิดเผยรหัส Epi Info 7.x.x.x ตัวอย่างเช่น ฐานข้อมูลผู้สูงอายุ อบต.ศีรษะจระเข้น้อย จ.สมุทรปราการ จากภาพแสดงการกระจายที่อยู่อาศัยของผู้สูงที่ทำงานและไม่ได้ทำงาน

 

  • วิชา SW 3593 การจัดการในงานสาธารณภัย

การประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ Geographic Information System (GIS) เพื่อจัดการฐานข้อมูลงานสาธารณภัย ตัวอย่างเช่น ฐานข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์ผู้สูงอายุเพื่อประเมินความเสี่ยงเมื่อเกิดปัญหาอัคคีภัย นักศึกษาได้ฝึกการนำข้อมูลพื้นฐานของผู้สูงอายุจากการเดินสำรวจด้วยแบบสอบถาม และการเก็บพิกัดตำแหน่งที่ตั้ง GPS ของบ้านผู้สูงอายุ แล้วนำข้อมูลทั้งสองส่วนเข้าสู่โปรแกรม QGIS เพื่อวิเคราะห์การเพิ่มจำนวนอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ และการปรับเปลี่ยนที่ตั้งของถังดับเพลิงให้กระจายอย่างเหมาะสม เป็นต้น

  • วิชา SW 3273 เทคนิคการสังคมสงเคราะห์ผู้ประสบปัญหาวิกฤต

การประยุกต์ใช้โปรแกรม Microsoft Office Excel ประมวลผลแบบทดสอบทางจิตวิทยา เพื่อประเมินความเสี่ยงปัญหาสุขภาพจิตของผู้ประสบปัญหาวิกฤต จากภาพตัวอย่าง นักศึกษาได้ฝึกการเขียนคำสั่งประเมินความเครียด 4 แบบ ในระยะที่ 1-3 ในลักษณะเชื่อมโยงสัมพันธ์กัน เพื่อพิจารณาแนวโน้มของปัญหา

ตัวอย่างการประเมินในระยะที่ 3

  1. การเรียนรู้ใหม่ที่ได้รับคุณค่า
    • การคิดวิเคราะห์งานผ่านกระบวนการทำงานของคอมพิวเตอร์ ช่วยเสริมมุมมองใหม่ๆ ในการปฏิบัติงานวิชาชีพสังคมสงเคราะห์
      • นักศึกษาได้ฝึกการคิดอย่างเป็นระบบ เนื่องจากการวางเขียนคำสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงานจะต้องคิดอย่างเป็นระบบ และรอบคอบ เพราะถ้าระบบคิดผิดพลาด คอมพิวเตอร์ก็ไม่ทำงาน
      • การวิเคราะห์แนวทางแก้ไขปัญหาที่หลากหลาย แปรผันตามเหตุและผล ทั้งนี้การเขียนคำสั่งควบคุมคอมพิวเตอร์ให้ทำงานในแต่ละปัญหา นักศึกษาจะได้เห็นวิธีการของเพื่อนๆ ที่เรียนด้วยกัน มีวิธีการแก้ปัญหาที่หลากหลาย แต่ได้ผลลัพธ์เช่นเดียวกัน
      • คอมพิวเตอร์ช่วยให้นักศึกษาเข้าใจ และเชื่อมโยง อย่างเป็นเหตุเป็นผล ในการวิเคราะห์ปัญหาด้วยข้อมูลที่หลากหลาย ผ่านงานฐานข้อมูลและแผนที่ GIS ซึ่งเป็นการนำข้อมูลข้อมูลเชิงคุณลักษณะ (attribute data) ที่อธิบายถึงเรื่องต่าง ๆ เช่น เพศ อายุ การศึกษา โรคประจำตัว ฯลฯ และข้อมูลเชิงพื้นที่ (spatial data) ที่ระบุตำแหน่งที่ตั้งบนแผนที่ เมื่อวิเคราะห์ร่วมกันทำให้นักศึกษาได้เห็นภาพของปัญหา ศักยภาพ ทรัพยากรต่าง ๆ ได้มากขึ้น
    • คอมพิวเตอร์ช่วยเสริมสร้างทัศนคติพฤติกรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิต
      • สร้างทัศนติให้นักศึกษาเป็นผู้เรียนรู้ตลอดเวลา การฝึกฝนตนเองให้มีความสามารถในการใช้คอมพิวเตอร์ได้อย่างดี จำเป็นต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา เพราะศาสตร์คอมพิวเตอร์ พัฒนาก้าวหน้ารวดเร็ว ส่งผลให้เกิดพฤติกรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิต
      • แสดงให้เห็นถึงความสำคัญในการประยุกต์ใช้ศาสตร์ต่าง ๆ ร่วมกันในการปฏิบัติงานของนักสังคมสงเคราะห์วิชาชีพ เพื่อประสิทธิภาพและประสิทธิผลของงาน พฤติกรรมการเรียนรู้ศาสตร์ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ก็จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาวิชาชีพให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป
  1. บทเรียนข้อท้าทาย
    • วิธีการสอนที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เอกสาร ตำรา ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมในการใช้งานจริง นับว่าเป็นปัจจัยสำคัญของเครื่องมือที่จะช่วยให้การเรียนรู้ของนักศึกษา จำเป็นต้องพัฒนา
    • การติดตามการประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ในการปฏิบัติงานจริงหลังจบการศึกษา จากการสอบถามพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการของผู้ที่จบการศึกษาไปแล้ว พบว่ามีจำนวนหนึ่งที่มีการนำความรู้ทางคอมพิวเตอร์ไปประยุกต์ใช้ในงานของตนเอง และมีอีกจำนวนมากที่ยังไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ ปัญหาสำคัญคือทัศนคติที่ไม่ถูกต้อง โดยมีความคิดว่า ในหน่วยงานมีระบบฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์แล้ว (งานองค์กร) หรือเห็นว่า วิถีการทำงานของหน่วยงานไม่ให้ความสำคัญของการใช้คอมพิวเตอร์ในการจัดการข้อมูล หรือบางคนบอกว่ากระทรวงฯ กำลังพัฒนา รอไปก่อน ซึ่งในความเป็นจริง เราสามารถพัฒนาระบบข้อมูลใช้งานของตนเอง (ไม่ใช่พัฒนาให้องค์กร) ให้มีประสิทธิภาพประสิทธิผลได้โดยไม่ต้องรอใคร เช่น การพัฒนาระบบการจัดการรายกรณี (Case Management) หรือการพัฒนาระบบ Case Record เพื่อการพัฒนางานในลักษณะ Routines to Initiatives หรือ Routines to Research เป็นต้น
  2. อุปสรรคที่ได้พบ ตัวอย่างที่มีการใช้งานจริงของหน่วยงานทางสังคมสงเคราะห์ ยังไม่สามารถจัดให้นักศึกษาได้เรียนรู้เพิ่มเติมได้ เพราะไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน และ
  3. แนวทางการทำงานและการจัดการปัญหา การสร้างกลุ่มนักสังคมสงเคราะห์ที่สนใจพัฒนางานคอมพิวเตอร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ น่าจะช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันได้เป็นอย่างดี สำคัญมาก ๆ ถ้านักสังคมสงเคราะห์มีความเข้าใจงานข้อมูลสารสนเทศทางคอมพิวเตอร์ในทุกส่วน การพัฒนาระบบใหญ่ หมายถึงระดับกระทรวง หรือกรม จะทำได้ดีขึ้น เพราะนักสังคมสงเคราะห์จะได้ช่วยนักวิเคราะห์ระบบ (System Annalists) วางแผนพัฒนางานข้อมูลได้ถูกต้อง รวดเร็ว เนื่องจากมีความรู้ความเข้าใจพื้นฐาน ทำให้สื่อสารกันได้ดี

 

โปรแกรมแผนการเรียนนักศึกษาหลักสูตรสังคมสงเคราะห์ศาสตร์บัณฑิต 2555-2559 พัฒนาด้วย Microsoft Advanced Excel

 

สนใจเป็นนักสังคมสงเคราะห์วิชาชีพ สมัครเรียนที่นี่

คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์และสวัสดิการสังคม มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ

 

Style Selector

Layout Style

Predefined Colors

Background Image