ปริญญาสังคมสงเคราะห์ศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์

คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์และสวัสดิการสังคม มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ มีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งกับปริญญาสังคมสงเคราะห์ศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ กับบุคคคลสำคัญดังนี้คือ 

ลำดับที่ 1 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2545

 

พระจริยวัตรและอัจฉริยภาพด้านงานสังคมสงเคราะห์และสวัสดิการสังคม

พระจริยวัตรและอัจฉริยภาพด้านงานสังคมสงเคราะห์และสวัสดิการสังคม หรือการปฏิบัติพระองค์ได้อย่างงดงามด้านงานสังคมสงเคราะห์และสวัสดิการสังคมในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ เป็นภาพที่ประชาชนทราบซึ้งและประทับใจนำมาซึ้งการยอมรับให้ทรงเป็นสัญลักษณ์และแบบอย่างที่ควรแก่การเจริญรอยตามเบื้องพระบาททุกฝีก้าว  ดังนี้

  • ทรงกตัญญูกตเวทีต่อสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และแบ่งเบาพระราชภาระของสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร รัชการที่ 9 สมด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ทรงเอาใจใส่ มีพระวิริยะอุตสาหะในการเล่าเรียน เจริญรอยตามพระบรมราชชนกและพระราชชนนี เพื่อนำความรู้กลับมาพัฒนาประเทศ ทรงตามเสด็จพระบรมราชชนนีไปตามสถานที่ต่าง ๆ ตั้งแต่ทรงพระเยาว์ เมื่อสมเด็จฯ ทรงชราก็ทรงทำหน้าที่พระธิดา ทรงเป็นธุระในการต่าง ๆ และทรงปฏิบัติดูแลเมื่อทรงประชวร ทั้งยังเป็นผู้แทนพระองค์ในงานที่เกี่ยวเนื่องด้วยพระราชวงศ์เป็นจำนวนมาก ที่สำคัญได้ทรงแบ่งเบาพระราชภาระของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชการที่ 9 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ในประกาศ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
  • ทรงแสดงว่า สวัสดิการของบุคคล และชุมชนที่เดือดร้อนเป็นหน้าที่รับผิดชอบของพระองค์ เป็นที่ทราบในใจของคนไทยทั้งประเทศ ทุกครั้งที่ทรงเสด็จเยี่ยมเยือนราษฎรในพื้นที่ต่าง ๆ จะทรงพระดำริถามถึงความเป็นอยู่ของราษฎร แสดงให้เห็นว่าทรงเห็นประโยชน์ของราษฎรก่อนเสมอทรงไม่เลือกปฏิบัติใด ๆ เกี่ยวกับเชื้อชาติ ผิว ศาสนา อายุ เพศหรือชาติพันธุ์ ทรงพยายามทุกวิถีทางเพื่อป้องกันและขจัดการเลือกปฏิบัติ พบได้ว่าทรงเสด็จเยี่ยมราษฎรทั้งในพื้นที่ทุรกันดาร ในชุมชนแออัด ทรงงานเกี่ยวกับสาธารณสุขสุขภาพ ความพิการ เด็ก สตรี และผู้สูงอายุ
  • การดำรงตนในกรอบวัฒนธรรมอันดีงาม พระอัธยาศัยอันซื่อตรง ดำรงพระองค์มั่นอยู่ในสุจริตธรรม สัมมาจารี มีความกตัญญูกตเวทีเป็นอย่างยิ่ง
  • ทรงยึดมั่นในหลักวิชา เพิ่มพูนความรู้อย่างต่อเนื่อง พบได้ว่าในงานที่ให้ความอุปถัมภ์ ทรงส่งเสริมให้ทำการวิจัยค้นคว้าอย่างต่อเนื่อง ทุกกลุ่มงาน ได้เกิดความเชี่ยวชาญ ในงานรับผิดชอบและเกิดประโยชน์แก่ราษฎรที่ยากไร้ เช่น ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาการทำขาเทียมราคาถูกและคุณภาพมาตรฐานสากล และสามารถผลิตได้เร็วทันกับความต้องการ

จากพระอัจฉริยภาพด้านงานสังคมสงเคราะห์และสวัสดิการสังคม สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ข้างต้น ทำให้เราตระหนักได้ว่า นักสังคมสงเคราะห์ควรรับไปเป็นแบบอย่างและเป็นขวัญกำลังใจในการดำเนินงานเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงสวัสดิการสังคมอย่างเท่าเทียมกันและถ้วนหน้าต่อไป ซึ้งมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ได้น้อมรับและทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายปริญญาสังคมสงเคราะห์ศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์

พระอัจฉริยภาพด้านงานสังคมสงเคราะห์และสวัสดิการสังคม สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ทรงเป็นนักสังคมสงเคราะห์ปฏิบัติ นักบริหารงานสวัสดิการสังคมที่มีพระปรีชายิ่ง

  • ทรงปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ ให้ความช่วยเหลือเป็นรายบุคคลและชุมชน เช่น กรณีการเจ็บป่วยด้วยโรคหัวใจ ออทิสติก ทรงทำความเข้าใจอาการของโรค มีการพบผู้ป่วย ให้คำแนะนำปรึกษา และดำริให้มีการศึกษาค้นคว้า เพิ่มมากขึ้น เพื่อนำความรู้มาให้บริการกับราษฎรทั้งเป็นรายบุคคล และขยายผลไปสู่ระดับชุมชนและสังคม ทรงสนับสนุนกิจการของสำนักอนามัยกรุงเทพมหานคร ในการดูแลสุขภาพของประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร ช่วยเหลือดูแลสุขภาพอนามัยของประชาชนในชุมชนแออัด โดยเฉพาะเด็กในแหล่งเสื่อมโทรม ได้เสด็จเยี่ยมชุมชนแออัดหลายแห่งพร้อมพระราชทานความช่วยเหลือสนับสนุนให้จัดตั้งศูนย์สุขภาพชุมชนให้ทั่วทุกแห่งจัดตั้งไม่ได้ ให้จัดตั้งตู้ยาชุมชนแทน เป็นต้น
  • ทรงเป็นนักบริหารงานสวัสดิการสังคม การที่ทรงปฏิบัติงานเน้นเรื่องความเป็นอยู่ของประชาชนและงานด้านสังคมสงเคราะห์ มีมูลนิธิที่อยู่ในพระอุปถัมภ์ถึง 64 มูลนิธิ หากพิจารณาให้ดีมูลนิธิต่าง ๆ ที่ทรงรับในไว้ในพระอุปถัมภ์ มักจะเป็นมูลนิธิที่ริเริ่มงานที่ยุ่งยากซับซ้อน ตอบสนองความต้องการ และแก้ไขปัญหาที่ยังมีผู้รับผิดชอบอย่างจำกัด ดังนั้นพระองค์จึงต้องทรงงานอย่างหนักเพื่อให้ข้อคิดและข้อเสนอแนะ ต่อคณะดำเนินงาน ในมูลนิธิต่าง ๆ เช่น มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมฯ ทรงเสด็จเยี่ยมมูลนิธิ พระราชทานทุนทรัพย์ให้มูลนิธิจัดตั้งเป็นกองทุนนมและอาหารเสริม และเป็นกองทุนงบฉุกเฉิน พร้อมทั้งมีรับสั่งแก่คณะกรรมการมูลนิธิในวันที่ 4 กรกฎาคม 2534 ว่า “การเริ่มต้นชีวิตที่ดีของเด็กนั้นป็นสิ่งสำคัญที่สุด เด็กควรมีการพัฒนาพร้อมกันทุกด้าน แต่ด้านสุขภาพอนามัยควรทำก่อนเพราะสำคัญมาก” มูลนิธิเดก็กอ่อนในสลัมฯ ได้ดำเนินงานสนองพระราชดำริมาโดยตลอดมาถึงปัจจุบันละสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและช่วยเหลือและพัฒนาเด็กในสลัมฯ ได้เป็นอย่างดี คนทำงานมีความสามารถ และเป็นองค์กรทำงานด้านเด็กที่เป็นต้นแบบสะสมองค์ความรู้ไว้มากมาย ได้รับรางวัลจากองค์กรและสถาบันทั้งในละต่างประเทศ และในวันที่ 26 เมษายน 2550 มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมฯ ได้รับคัดเลือกให้เป็นหน่วยงานด้านสังคมสงเคราะห์ดีเด่นเนื่องในงานสมัชชาวิชาการ “บูรณาการสวัสดิการสังคมและสังคมสงเคราะห์กับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” คณะสังคมสงเคราะห์และสวัสดิการสังคม มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ โดยมีเหตุผลสนับสนุน คือ มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กอ่อนวัย 0-5 ปี ในชุมชนแออัด ที่มีปัญหาต่าง ๆ อาทิ รายได้น้อย ยากจน ติดยาเสพติดเลี้ยงดูไม่เหมาะสม โดยใช้การมีส่วนรวมกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับเด็ก ตั้งแต่ผู้รับเลี้ยงเด็ก อาสาสมัคร และครอบครัวในชุมชนเป็นเครือข่ายการทำงาน และพัฒนาตนเองเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ
  • ทรงริเริ่มสังคมสงเคราะห์และการจัดสวัสดิการสังคมเชิงรุก ดังที่กล่าวแล้วว่าสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ทรงงานสังคมสงเคราะห์และสวัสดิการสังคมด้วยการศึกษาและใช้หลักวิชาการอย่างต่อเนื่อง มักจะนำปัญหามาวิเคราะห์และหาแนวทางการป้องกัน แก้ไขฟื้นฟู และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เริ่มแรกจากปัญหาความยากจน มีลูกมาก ปัญหาขาดความรู้ ด้านสุขภาพ จึงเป็นการออกหน่วยให้ความรู้ให้ประชาชนรู้จักดูแลสุขภาพ วางแผนครอบครัว ปัจจุบันปัญหาดังกล่าวข้างต้น สามารถแก้ไขได้เป็นที่หน้าพอใจ แต่มีปัญหาใหม่ตามมาประชากรผู้สูงอายุมากขึ้น จึงได้เกิดงานใหม่ขึ้นมาเป็นเชิงรุกแก้ไขปัญหานี้ ด้วยการก่อตั้งมูลนิธิชีวิตพัฒนาในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ (เจียนลออ. 2550 : 110-111) เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุได้ใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ ได้ก่อตั้งขึ้นจากความร่วมมือร่วมใจของคณะแพทย์อาสา (พอ.สว.) รุ่นแรกๆ ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โดยได้ทำงานร่วมกับภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อวางแผนครอบครัว และทำการรณรงค์ลดจำนวนประชากรในระหว่างปี 2517-1530 เมื่อวิกฤตด้านประชากรผ่านพ้นไป ปัญหาใหม่ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันละอนาคต คือ การที่จำนวนผู้สูงอายุทั้งในประเทศและต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว คณะแพทย์กลุ่มเดิม คณะข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ และกลุ่มผู้อยู่ในวงการธุรกิจ จึงปรับกระบวนการทำงาน มูลนิธิชีวิตพัฒนาฯ มาเป็นการส่งเสริมผู้สูงอายุให้เป็นผู้สูงอายุที่มีคุณภาพทั้งกายและใจเพื่อประโยชน์ต่อครอบครัวและสังคม จัดทำศูนย์ข้อมูลข่าวสารผู้สูงอายุ ห้องสมุด โครงการบริการเว็บไซต์เพื่อผู้สูงอายุ โครงการสงเคราะห์ผู้สูงอายุยากจนในชุมชนต่าง ๆ โครงการวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุร่วมกับองค์กรอนามัยโลก เป็นต้น

จากพระจริยวัตรอันงดงามและอัจฉริยภาพด้านงานสังคมสงเคราะห์และสวัสดิการสังคมของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ที่ประมวลมาโดยสังเขปข้างต้น ผู้เรียบเรียงได้เรียนรู้และตระหนักว่า สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ทรงเป็นสัญลักษณ์และแบบอย่างที่ทรงคุณค่าในงานสังคมสงเคราะห์และสวัสดิการสังคม ทรงกตัญญูกตเวที ทรงรับการจัดหาสวัสดิการในบุคคล กลุ่มบุคคล และชุมชน เป็นหน้าที่รับผิดชอบ ทรงดำรงอยู่ในกรอบศีลธรรมอันดีงามของสังคมไทย ทรงยึดมั่นในหลักวิชาการ และพัฒนาวิชาการอย่างต่อเนื่องทั้งเพื่อการดำเนินงาน และพัฒนาความเชี่ยวชาญในวิชาชีพ ทรงเป็นนักปฏิบัติ นักบริหารและจัดการเชิงรุกเพื่อให้เกิดงานสังคมสงเคราะห์และสวัสดิการสังคมเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง ด้วยหลักการคุณค่าของความเป็นมนุษย์

ในวโรการมิ่งมงคลสมัยที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชครินทร์ ทรงเจริญพระชนมายุ 84 พรรษา ในวันที่ 6 พฤษภาคม 2550 ปวงข้าพเจ้าชาวมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียติ ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพรชัยมงคล ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ทรงมีพลานามัยแข็งแรง สถิตเป็นมิ่งขวัญกำลังใจของปวงชนชาวไทยชั่วกาลนานเทอญ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม

   

 

ลำดับที่ 2 ดร.อุเทน  เตชะไพบูลย์ เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2545   

  

คำประกาศกียรติคุณ ดร.อุเทน เตชะไพบูลย์

สังคมสงเคราะห์ศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติทศักดิ์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ

สภามหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพะเกียรติ ในการประชุมครั้งที่ 3/2545 เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ.2545 ได้มีมติเห็นชอบมอบปริญญาสังคมสงเคราะห์ศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติทศักดิ์แด่นายอุเทน เตชะไพบูลย์ ในฐานะเอกบุรุษผู้ดำรงคุณูปการอันเต็มเปี่ยมละต่อเนื่อง เกื่อกิจกุศลสงเคราะห์ที่มุ่งช่วยเหลือเกื้อกูลเพื่อมนุษย์ผู้ประสบความยากไร้และความทุกข์ยากจากภัยพิบัติทั้งปวง  ให้สามารถช่วยตนเองและดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างสุขสงบร่วมกัน

นายอุเทน เตชะไพบูลย์  เริ่มงานด้านสังคมสงเคราะห์เมื่อพุทธศักราช 2480 โดยได้อุทิศตนเพื่อกิจการด้านสังคมสงเคราะห์ของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ทั้งในฐานะผู้ร่วมก่อกำเนิด และในฐานะประธานคณะกรรมการมูลนิธิฯ นับเนื่องมากว่าหกสิบปี ท่านได้ใช้เวลาค่อนชีวิตเพื่อสร้างพลังขับเคลื่อนให้มูลนิธิฯ พัฒนาอย่างต่อเนื่องมั่นคง เป็นองค์กรมหาชนทางการกุศลที่สามารถบำเพ็ญกุศลสังคมสงเคราะห์แก่สาธารณะอย่างไพศาลโดยไม่จำกัดเชื้อชาติศาสนา และดำเนินไปอย่างสอดคล้องกับบริบททางสังคมที่เปลี่ยนไปแต่ละช่วงสมัย  อีกทั้งด้วยความเพียรอย่างเป็นชั้นเป็นตอน  การดำรงยืนหยัดยึดถือความซื่อสัตย์สุจริต ความกตัญญู และความมุ่งมั่นในการอุทิศตนเพื่อสังคม เหล่านี้นับเป็นคุณธรรมอันประเสริฐสุดที่เสริมสร้างพลังแห่งศรัทธาสาธารณะหนุนเนื่องไม่ขาดสาย  ในปัจจุบันนี้มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งช่วยเหลือผู้ทุกข์ยากปีละหลายแสนคน ทั้งในด้านงานบรรเทาสาธารณภัยและ สวัสดิการสังคมงานสงเคราะห์ด้านการรักษาพยาบาล งานสงเคราะห์ด้านการศึกษา เก็บศพไร้ญาติและแจกทานในประเพณีทิ้งกระจาด  อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางเครือข่ายพันธมิตรบรรเทาภัยของสมาคมองค์กรจีนในประเทศไทย นายอุเทน  เตชะไพบูลย์ ยังตระหนักถึงความสำคัญของการจัดเตรียมทรัพยากรบุตคลเพื่องานสังคมสงเคราะห์  จึงริเริ่มจัดตั้งคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ วิทยาลัยหัวเฉียว เมื่อพุทธศักราช 2533 ซึ่งนับเป็นภาคเอกชนแห่งแรกและแห่งเดียวที่ผลิตบัณฑิตในสาขานี้ และต่อมาพัฒนาเป็นคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์และสวัสดิการสังคม มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ

นอกเหนือจากการทุ่มเทเสียสละด้านกิจการกุศลของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งแล้ว นายอุเทนฯ ยังมีบทบาทในงานสาธารณกุศลอีกหลายด้าน  ซึ่งล้วนก่อเกิดประโยชน์สุขและสอดประสานความกลมกลืนตามบริบทสังคม อาทิ เป็นประธานคณะกรรมการบรรเทาทุกข์ทุพภิกขภัยในมาตุภูมิชาวจีนโพ้นทะเลแห่งประเทศไทย กรรมการสภาการขาดไทย ประธานกองทุนสงเคราะห์ชุมชน และกรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย    

ด้วยศักยภาพอันเต็มเปี่ยมด้านการกุศลสงเคราะห์ กอปรทั้งความดำรงมั่นในหลักอิทธิบาทธรรมของ นายอุเทน เตชะไพบูลย์  จึงปรากฎเป็นผลสำเร็จแห่งงานสังคมสงเคราะห์ อันก่อเกิดประโยชน์ในวงกว้างแก่สังคมดังเป็นที่ประจักษ์ชัดทั่วไป นับเป็นแบบอย่างแห่งวิสัยทัศน์อันเป็นรูปธรรมสำหรับการพัฒนาแก่อนุชนรุ่นหลัง มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ จึงขอมอบปริญญาสังคมสงเคราะห์ศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์แด่ นายอุเทน  เตชะไพบูลย์ เพื่อเชิดชูเกียรติและเป็นเกียรติประวัติแห่งสังคมสืบไป

 

สนใจเป็นนักสังคมสงเคราะห์วิชาชีพ สมัครเรียนที่นี่

คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์และสวัสดิการสังคม มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ

 

Style Selector

Layout Style

Predefined Colors

Background Image