จิตสาธารณะ PDF พิมพ์ อีเมล
( 78 Votes )
User Rating: / 0
แย่ดีที่สุด 
เปิดอ่านทั้งหมด : 59808 ครั้ง
เขียนโดย Administrator   
วันอังคารที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๔ เวลา ๑๐:๐๔ น.

จิตสาธารณะ: มิติการปลูกฝังจิตสำนึกให้นักสวัสดิการสังคมรุ่นใหม่อาจารย์

ดร.อารีนา เลิศแสนพร 

บทนำ 

บทความนี้มีจุดมุ่งหมายในการนำเสนอเรื่อง การปลูกฝังจิตสำนึกสาธารณะให้นักสวัสดิการสังคมรุ่นใหม่ ภายใต้สภาพแวดล้อมที่มีลักษณะพลวัตร และกระแสการพัฒนายุคโลกาภิวัฒน์ ซึ่งเป็นที่ประจักษ์ว่าความเจริญรุ่งเรืองทางด้านวัตถุในปัจจุบัน เป็นสาเหตุที่ทำให้สังคมโดยทั่วไป มีค่านิยมที่ให้ความสำคัญ     ในการแสวงหาเงินทอง แสวงหาอำนาจ บารมีมากกว่าที่จะให้ความสำคัญทางด้านจิตใจ  สังคมในปัจจุบันจึงกลับเสื่อมโทรมลงอย่างเห็นได้ชัดเจน ปัญหาต่าง ๆ มีมากมาย การปลูกฝังความสำนึก ให้กับบุคคล เพื่อให้มีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม จึงควรบังเกิดขึ้นในสังคม ด้วยเหตุนี้ในปัจจุบัน จึงมีการกล่าวถึงคำว่า  จิตสาธารณะมากขึ้น เพื่อให้ผู้คนได้ตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสาธารณะมากกว่าตนเอง นั่นหมายถึงว่า ทุกคนต้อง มีการให้  มากกว่า  การรับ  เพราะสิ่งเหล่านี้ ถ้าสามารถปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนได้ตระหนัก  สังคมย่อมได้รับแต่ความสุขอย่างแน่นอน คำว่า จิตสาธารณะ จึงมีความสำคัญต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของมนุษย์โดยส่วนร่วมการปลูกฝังความสำนึกกับบุคคลต่าง ๆ ให้มีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคมหรือสาธารณะจะเป็นการสร้างคุณธรรม จริยธรรม ให้เกิดขึ้นกับบุคคลโดยทั่วไป โดยเฉพาะ เด็กและเยาวชน รวมทั้ง ประชาชนทั่วไป  สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจากภายในกายของคน   "จิตสาธารณะ" มีความสำคัญในการปลูกจิตสำนึกให้ผู้คนรู้จัก การเสียสละ การร่วมแรงร่วมใจ  ร่วมมือในการทำประโยชน์

เพื่อสังคมและส่วนรวม ดังนั้นการสร้างนักสวัสดิการสังคมรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปลูกฝังจิตสำนึกให้มีจิตสาธารณะ อันเป็นส่วนสนับสนุนให้เกิดความเข้มแข็งต่อการให้บริการสวัสดิการสังคมอย่างยั่งยืนในสังคมไทย ดังมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

 
 

 

จิตสาธารณะ (Public mind) หมายถึง จิตสำนึกเพื่อส่วนรวม เพราะคำว่า สาธารณะคือ สิ่งที่มิได้เป็นของผู้หนึ่งผู้ใด จิตสาธารณะจึงเป็นความรู้สึกถึงการเป็นเจ้าของในสิ่งที่เป็นสาธารณะ ในสิทธิและหน้าที่ที่จะดูแล  และบำรุงรักษาร่วมกัน เช่น การช่วยกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม โดยการไม่ทิ้งขยะลงในแหล่งน้ำ การดูแลรักษาสาธารณะสมบัติ เช่นโทรศัพท์สาธารณะ หลอดไฟที่ให้แสงสว่างตามถนนหนทาง แม้แต่การประหยัดน้ำประปา หรือไฟฟ้าที่เป็นของส่วนรวม โดยให้เกิดประโยชน์คุ้มค่าตลอดจนช่วยดูแลรักษาให้ความช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก หรือผู้ที่ร้องขอความช่วยเหลือเท่าที่จะทำได้ ตลอดจนร่วมมือกระทำเพื่อช่วยกันแก้ปัญหา แต่ต้องไม่ขัดต่อกฎหมาย เพื่อรักษาประโยชน์ส่วนรวม นอกจากนี้ จิตสาธารณะยังมีความหมายครอบคลุมดังต่อไปนี้

          1.จิตสาธารณะคือ จิตสำนึกเพื่อส่วนรวม (จิตสำนึก ในปทานุกรม ราชบัณฑิตสถาน 2538 ให้ความหมายไว้ว่า เป็นภาวะที่จิตตื่นและรู้สึกตัว สามารถตอบสนองสิ่งเร้าจากประสาทสัมผัสทั้ง 5 คือรูป รส กลิ่น เสียง และสิ่งสัมผัสได้ การตระหนักรู้ และคำนึงถึงส่วนรวมร่วมกัน  การคำนึงถึงผู้อื่นที่ร่วมสัมพันธ์เป็นกลุ่มเดียวกัน
          2. จิตสาธารณะ คือจิตอาสา ที่แสดงออกมาในรูปของพฤติกรรมที่เกิดขึ้นด้วยความสมัครใจเพื่อส่วนรวม โดยการแสดงออกด้วยการอาสาไม่มีใครบังคับ
          3. จิตสาธารณะ คือ การสำนึกสาธารณะ ซึ่งหมายถึงการที่บุคคลตระหนักรู้และคำนึงถึงประโยชน์สุขของส่วนรวมและสังคม เห็นคุณค่าของการเอาใจใส่ดูแลรักษาสิ่งต่างๆที่เป็นของส่วนรวม
          4. จิตสาธารณะคือ จิตบริการที่เกี่ยวกับการคิดและการปฏิบัติในการให้ความช่วยเหลือผู้อื่น เป็นการประพฤติปฏิบัติที่มุ่งความสุขของผู้อื่นที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความตั้งใจดีและเจตนาดี
          5. จิตสาธารณะคือจิตสำนึกทางสังคมที่สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติได้อธิบายว่าเป็นการรู้จักเอาใจใส่เป็นธุระและเข้าร่วมในเรื่องของส่วนรวมที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ มีความสำนึกและยึดมั่นในระบบคุณธรรม และจริยธรรมที่ดีงาม ละอายต่อสิ่งผิดเน้นความเรียบร้อย ประหยัด และมีความสมดุลระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ

ฐานคิดของจิตสาธารณะที่ลึกซึ้งอีกระดับหนึ่งคือ ความรับผิดชอบต่อสังคม ในการช่วยเหลือสังคม ไม่ทำให้ผู้อื่นหรือสังคมเดือดร้อนได้รับความ เสียหาย และมีระดับของความรับผิดชอบเริ่มตั้งแต่    ประการแรก ความรับผิดชอบต่อครอบครัว อาทิ  เชื่อฟังพ่อแม่ ช่วยเหลืองานบ้าน ไม่ทำให้พ่อแม่เสียใจ   ประการที่สอง  มีความรับผิดชอบต่อโรงเรียน ครูอาจารย์ เช่น ตั้งใจเล่าเรียน เชื่อฟังคำสั่งสอนของครูอาจารย์ ปฏิบัติตามกฎระเบียบวินัยของโรงเรียน ช่วยรักษาทรัพย์สมบัติของโรงเรียน   ประการที่สาม   มีความรับ

 

จากความหมาย และฐานคิดของจิตสาธารณะดังกล่าว  ผู้เขียนจึงเห็นว่าการสร้างนักสวัสดิการสังคม  รุ่นใหม่ที่มีคุณภาพ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปลูกฝังจิตสำนึกให้มีจิตสาธารณะ ด้วยวิธีกระบวนการสร้าง      จิตสาธารณะผ่านการเรียนการสอนในหลักสูตรสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ จึงได้ดำเนินการโครงการล้างวัด  ล้างใจ ใฝ่คุณธรรมรักสามัคคี  เมื่อวันศุกร์ที่ 10  กันยายน  2553 ณ วัดหงษ์ทอง อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา  เป็นลักษณะโครงการพัฒนานักศึกษา ที่ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการดังกล่าว จะเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้อย่างเป็นรูปธรรมของการสร้างจิตสาธารณะ  โดยมีประเด็นสำคัญของโครงการ ดังนี้

 

มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติมีนโนยายพัฒนาด้านการเรียนการสอน  เพื่อให้นักศึกษาถึงพร้อมด้วยองค์ความรู้ ทักษะและทัศนคติที่ดีในวิชาชีพ ในขณะเดียวกันยังส่งเสริมให้นักศึกษาทำกิจกรรมเพื่อให้มีทักษะชีวิต ควบคู่กับการมีคุณธรรม จริยธรรม อันเป็นจุดมุ่งหมายที่สำคัญยิ่งของมหาวิทยาลัย  การที่นักศึกษาจะถึงพร้อมด้วยคุณลักษณะเหล่านี้ ต้องถูกบ่มเพาะและขัดเกลาร่วมกันจากครอบครัวสู่สถาบันการศึกษา ดังนั้นช่วงระยะเวลาการศึกษาในมหาวิทยาลัย จึงเป็นช่วงที่มีความสำคัญยิ่งต่อนักศึกษาในการเตรียมความพร้อมเพื่อการเข้าสู่วัยทำงานที่เป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติต่อไป               

            คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์และสวัสดิการสังคม    ให้ความสำคัญยิ่งกับการพัฒนานักศึกษาตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 ถึงชั้นปีที่ 4 โดยในหลักสูตรประกอบด้วยการเรียนภาคทฤษฎี   และการฝึกภาคปฏิบัติ  ซึ่งจะทำให้นักศึกษามีความเข้มแข็งทางด้านวิชาการ พร้อมการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม โดยเฉพาะนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ที่ต้องเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาจบเป็นบัณฑิตอย่างมีคุณภาพ สอดคล้องกับคุณลักษณะของบัณฑิตที่พึงประสงค์ในวิชาชีพสังคมสงเคราะห์  ผู้เขียนจึงได้จัดทำโครงการที่มีรูปแบบเน้นการส่งเสริมเรื่องคุณธรรม จริยธรรม การสร้างจิตสาธารณะผ่านกระบวนการการบำเพ็ญประโยชน์ การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมไทย  การสร้างความรู้รักสามัคคี  ความรักความผูกพันต่อคณะ และสถาบันอันเป็นคุณสมบัติที่แสดงถึงความกตัญญูของนักศึกษา  นำไปสู่การพัฒนาตนเองได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม   ดังแสดงภาพกิจกรรมต่อไปนี้

 

ดังนั้น ผู้เขียนจึงเห็นว่าจิตสาธารณะเป็นเครื่องมือหนึ่งในการสร้างนักสวัสดิการที่ต้องมีมิติการปลูกฝังจิตสำนึก เนื่องจากเป็นสิ่งที่มีความหมายในเชิงคุณค่าทางสังคม เป็นการสร้างค่านิยม และเป็นฐานคิดที่สำคัญของนักสวัสดิการสังคมรุ่นใหม่   ทั้งนี้การสร้างโอกาสให้มีโครงการต่างๆทั้งในรูปแบบจิตสาธารณะ จิตอาสา ฯลฯ มาใช้ผ่านกระบวนการเรียนการสอน การทำกิจกรรมต่างๆของนักศึกษา ผู้เขียนเห็นว่าเป็นการปรับเปลี่ยนทัศนะคติ ค่านิยม ที่มิใช่การเปลี่ยนแปลง ไปสู่ความจริงเท่านั้น หากแต่เป็นการเปลี่ยนโลกทัศน์หรือ วิธีการมองโลก  โดยที่การสร้างจิตสาธารณะดังกล่าวเป็นประสบการณ์อันมีคุณค่าที่บ่มเพาะปลูกฝังค่านิยม ซึ่งอยู่บนพื้นฐานของสังคมไทยที่เป็นสังคมแห่งความเมตตา และเอื้ออาทร จึงเป็นส่วนสนับสนุนให้มีเข้มแข็งต่อการให้บริการสวัสดิการสังคมอย่างยั่งยืนในสังคมไทย และเป็นการเสริมพลังให้นักสวัสดิการสังคมรุ่นใหม่คงอยู่ได้ในความเป็นพลวัตรของสังคม  

 

บรรณานุกรม 

Jurgen , Habermas.1991. On the Logic of the Social Sciences.  translated by Shierry Weber Nicholsen and Jerry A. Stark, the fourth printing, Massachusetts Institute of Technology. Originally  appeared in Germany in 1967. 

ข้อมูลจาก Internet

http://www.oknation.net/blog/somchoke101/2010/01/21/entry-1 

http://mos.e-tech.ac.th/mdec/learning/s1301/unit08.html#s00 

http://gotoknow.org/blog/articlerrpol/215483

 

 
                                         
ความเห็น
ค้นหา
แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้นนะครับ
Joomlacomment

Joomlacomment

ปรับปรุงล่าสุด วันอาทิตย์ที่ ๑๐ กรกฏาคม ๒๕๕๔ เวลา ๐๓:๐๗ น.